หญ้ามาเลย์ ข้อมูล


หญ้ามาเลเซีย
หรือ หญ้ามาเลย์ (Malaysia Grass, Tropical Carpet Grass ชื่อวิทยาศาสตร์ Axonopus compressus) ชื่อสามัญอื่น หญ้าปากควาย (ภาคใต้) (Peninsular) broad leaf carpet grass, savanna grass หญ้าใบมัน หญ้ามาเลเซีย (ภาคกลาง)

 หญ้ามาเลเซียมักนิยมปลูกในประเทศไทย ใช้ปูสนามหญ้าพื้นสวน เช่นเดียวกับหญ้านวลน้อย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลัม แต่คุณสมบัติเด่นของหญ้ามาเลเซียคือสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีแสงแดดร่มรำไร

เป็นหญ้าที่พบ ในอเมริกาใต้ เป็นหญ้าที่ชอบน้ำมาก และชอบพื้นที่ร่ม ชอบแสงแดด 50 % นิยมปลูกตามชายคาบ้าน ปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ สวนผลไม้ สวนยาง ปลูกเพื่อคลุมดิน แต่และประเทศมาเลเซีย ก็เคยใช้ปลูกในสนามฟุตบอลได้


1.0 ที่มาของชื่อ

ที่มาของชื่อ หญ้ามาเลย์ ที่คนไทยริยมใช้เรียก เนื่องจาก มีการนำเข้ามาจากประเทศไทยครั้งแรก จากประเทศมาเลเซีย จึงนิยมเรียกกันว่า หญ้ามาเลย์


2.0 ลักษณะและข้อมูล

2.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้ล้มลุก สูง 4-30 เซนติเมตร ลำต้นกลวง เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร ทอดเลื้อย ข้อปล้องชัดเจน มีขนปกคลุม

ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว รูปขอบขนาน กว้าง 0.8-1 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนสอบ ขอบหยักเป็นคลื่น สีเขียวเข้ม มีขนปกคลุม

ดอก ดอกเป็นช่อเชิงลด ออกตามซอกใบ ยาว 5-10 เซนติเมตร ดอกสีขาวอมเขียวหรือดอกสีม่วง ดอกย่อย 3-5 ดอก




ภาพประกอบ
การขยายพันธุ์

2.2 การเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์
หญ้าเลื้อยชนิดนี้เจริญโตและขยายพันธุ์ออกมาเหมือนกับพรมบนพื้นดิน มีความสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร ส่วนหน่อใหม่ที่งอกออกมาจากข้อเก่าอาจสูงได้ถึง 50 เซนติเมตร เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่ที่มีแดดจัด แต่ก็สามารถทนต่อร่มเงาได้ในระดับหนึ่ง หญ้าเมเลย์มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกา, โบลิเวีย บราซิล และอุรุกวัย และได้เกิดได้ตามปกติทั่วซีกโลกตะวันออก

2.3 ความทนต่อสภาพอากาศ

ภาพประกอบหญ้ามาเลย์
ที่แห้งเหือดจากกระทู้ pantip
ท่านหนึ่ง

หญ้ามาเลย์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างน่าประทับใจ สามารถทนต่อสภาพความเย็นที่ต่ำถึง 0°C (32°F) และความร้อนที่สูงถึง 43°C (109°F)

3.0 ประโยชน์

ภาพสวนที่ปลูกหญ้ามาเลย์
จาก Pinterest

3.1 ทางการเกษตรและสวน
หญ้ามาเลเชียเป็นหญ้าที่ใช้ทำ สนามหญ้า และจัดสวนหย่อม เช่นเดียวกับ หญ้าชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะในที่ร่มร่ำไร สามารถเจริญ เติบโต ได้ดีในที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไม่ทนต่อดินเค็ม หญ้ามาเลเชียที่ใช้ปลูกโดยเมล็ด จะสามารถ ป้องกัน การพังทะลายของดิน ในที่มีความลาดชันสูงได้ดีเช่นกัน ทนต่อดินเป็นกรดที่มี pH ประมาณ 4.5 - 5.5 เป็นหญ้าที่ชอบความชื้นสูง ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด

3.2 การใช้เป็นอาหารและยา หญ้ามาเลเซียมีปริมาณแคลอรี่ต่ำ หญ้ามาเลเซีย 330 กรัม แคลรอรี่เพียง 184  แคลเท่านั้น ทำให้มีพื้นที่เหลือสำหรับรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม ที่
น่าทึ่งคือ หญ้ามาเลเซียไม่มีไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุเลย ด้วยเหตุนี้ ปริมาณแคลอรี่ของหญ้าชนิดนี้จึงอยู่ในระดับต่ำ ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะมีไขมันน้อย แต่หญ้ามาเลเซียก็มีรสชาติที่เข้มข้น คุณค่าทางอาหาร อายุ 45 วัน มีโปรตีน 10.6 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.23 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียม 1.43 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 0.32 เปอร์เซ็นต์ ADF 31.5 – 37.1 เปอร์เซ็นต์ NDF 64.6 – 68.8 เปอร์เซ็นต์ DMD 48.6 เปอร์เซ็นต์ (โดยวิธี Nylon bag) ลิกนิน 4.2 เปอร์เซ็นต์ ออกซาลิกแอซิด 6.8 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แทนนิน 1.1 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบไนไตรท์และไนเตรท

ในทางการแพทย์ ในช่วงไม่นานมานี้ หญ้ามาเลเซียได้กลายเป็นพืชที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากแพทย์ทั้งในเอเชียและทวีปอื่น ๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าหญ้ามาเลเซียช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่ของเอเชีย หญ้ามาเลเซียยังถูกนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการในช่องปากและรักษาอาการเหงือกอักเสบ โดยมีสารฟลาโวนอยด์เป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังช่วยลดกลิ่นปาก รักษาโรคผิวหนัง เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศบุรุนดี

การพัฒนาประเทศบุรุนดีโดยรวม

Ulawa coastal ring road ภาษาไทย